pet id
ニュース・TOPIC 一覧に戻る

ฉบับล่าสุดปี 2026 | คู่มือครบจบสำหรับการพาสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศไทย: ตั้งแต่การขอใบอนุญาตนำเข้าจนถึงการรับสัตว์เลี้ยงที่สนามบิน

การนำสัตว์เข้าไทยปี 2026: ต้องฝังไมโครชิปก่อนฉีดวัคซีน ขอ Import Permit ออนไลน์ล่วงหน้า 7-60 วัน เมื่อถึงสุวรรณภูมิรับสัตว์ที่ช่องสัมภาระเกินขนาด แล้วติดต่อด่านกักกันสัตว์ใกล้สายพาน 8 เพื่อตรวจเอกสารและชำระค่าธรรมเนียม 500 บาทครับ

เจ้าของสัตว์เลี้ยงกำลังรับกรงสัตว์เลี้ยงบริเวณเคาน์เตอร์ Oversize Baggage ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

เงื่อนไขพื้นฐาน 3 ข้อที่จำเป็นสำหรับการเข้าประเทศไทย

การพาสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศไทยต้องมีการเตรียมตัวอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากลครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ลำดับขั้นตอน" ของการดำเนินการนั้นมีความสำคัญมาก

การฝังไมโครชิปและการฉีดวัคซีน

จำเป็นต้องฝังไมโครชิปที่ได้มาตรฐาน ISO11784 หรือ ISO11785 ครับ และต้องดำเนินการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าและวัคซีนรวม "หลังจาก" ฝังไมโครชิปเท่านั้น หากดำเนินการสลับลำดับ อาจถูกทางการไทยตัดสินว่าเอกสารไม่สมบูรณ์ได้

ประเภทวัคซีนที่กำหนดและระยะเวลา

ต้องฉีดวัคซีนให้ครบก่อนเดินทางเข้าประเทศอย่างน้อย 21 วัน และต้องอยู่ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ・สุนัข: โรคพิษสุนัขบ้า, โรคไข้หัดสุนัข, พาร์โวไวรัส, ตับอักเสบ, เลปโตสไปโรซิส (5 โรค) ・แมว: โรคพิษสุนัขบ้า, แมวพาร์โวไวรัส (FPV)

ข้อกำหนดด้านอายุ

ตามกฎระเบียบของประเทศไทย อนุญาตให้นำเข้าเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่มีอายุตั้งแต่ 4 เดือน (120 วัน) ขึ้นไปเท่านั้นครับ

การยื่นขอล่วงหน้า: การขอใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit)


การยื่นขอล่วงหน้าต่อกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย (DLD) ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของกระบวนการนำเข้าครับ

ช่วงเวลาและวิธีการยื่นขอล่าสุด

ยื่นคำร้องต่อด่านกักกันสัตว์สนามบินสุวรรณภูมิ (AQS) ในช่วง 60 วันถึง 7 วันก่อนการเดินทางครับ ปัจจุบันนอกจากการยื่นทางอีเมลแบบเดิม (qsap_bkk_import@dld.go.th) แล้ว ยังแนะนำให้ยื่นผ่านระบบออนไลน์ของทางการไทย "DLD-SMART I-E" อีกด้วย

การเตรียมเอกสารที่จำเป็น

กรุณาเตรียมเอกสารต่อไปนี้ในรูปแบบ PDF ครับ

  1. ใบรับรองการฉีดวัคซีนเป็นภาษาอังกฤษ
  2. ใบรับรองการฝังไมโครชิป
  3. สำเนาหนังสือเดินทางของเจ้าของสัตว์เลี้ยง
  4. รูปถ่ายสีของสัตว์เลี้ยง
  5. แบบฟอร์มคำร้องขอใบอนุญาตนำเข้า (Form R1/1)

ขั้นตอนการเข้าประเทศอย่างราบรื่นหลังถึงประเทศไทย นี่คือขั้นตอนโดยละเอียดตั้งแต่การมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จนถึงการพบสัตว์เลี้ยงและผ่านการกักกันสัตว์ครับ

สถานที่รับสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงจะไม่ถูกส่งมายังสายพานกระเป๋าทั่วไปครับ แต่จะถูกนำไปไว้ที่เคาน์เตอร์ "Oversize Baggage (สัมภาระขนาดใหญ่)" ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงแทน

การตรวจสอบที่ด่านกักกันสัตว์ (Animal Quarantine Station)

ให้มุ่งหน้าไปยังด่านกักกันสัตว์ที่อยู่บริเวณ "สายพานหมายเลข 8" ในพื้นที่รับกระเป๋าครับ ด่านกักกันสัตว์เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในช่วงดึกหรือเช้ามืดอาจไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ จึงอาจต้องใช้โทรศัพท์ที่จัดไว้ให้เพื่อเรียกเจ้าหน้าที่

การชำระค่าธรรมเนียม

ต้องชำระค่าธรรมเนียมการตรวจกักกัน 500 บาท และค่าภาษีนำเข้า 1,000 บาทต่อตัวครับ การชำระด้วยเงินสดเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุด ดังนั้นควรเตรียมเงินบาทไทยจำนวนเล็กน้อยไว้ล่วงหน้าด้วย

คำแนะนำสำคัญสำหรับการกลับญี่ปุ่นในอนาคต

เนื่องจากประเทศไทยอยู่นอกเขตพื้นที่ที่กำหนดสำหรับโรคพิษสุนัขบ้า การนำสัตว์เลี้ยงกลับญี่ปุ่นจึงต้องผ่านระยะเวลากักกัน 180 วันครับ

แนะนำให้ตรวจระดับแอนติบอดีก่อนเดินทาง

หากทำการ "ตรวจระดับแอนติบอดีโรคพิษสุนัขบ้า" ให้เสร็จสิ้นก่อนออกจากญี่ปุ่น และกลับมาในช่วงที่ผลการตรวจยังมีผลบังคับใช้อยู่ ก็จะได้รับการยกเว้นการกักกันเมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่นครับ เนื่องจากการตรวจในประเทศไทยและการส่งซีรั่มไปญี่ปุ่นนั้นมีความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นการเตรียมการให้เสร็จสิ้นก่อนออกจากญี่ปุ่นจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดภาระทั้งของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของค่ะ

ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

กฎระเบียบและข้อบังคับอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ หากต้องการพาสุนัขหรือแมวเดินทางไปประเทศไทย ควรตรวจสอบแหล่งข้อมูลต่อไปนี้ด้วย

RELATED ARTICLES
タイで犬・猫の役所登録を日本語で代行 - pet id Thailand サービス紹介